ร้านสหวนิช หยุดไปทำบุญวันมาฆบูชา วันศุกร์ที่ 14 ก.พ. 57 1 วันครับ

รูปภาพ และ คำบรรยาย copy มาจาก 

http://www.dmc.tv/

ขอกราบขอบพระคุณและอนุโมทนามา ณ ที่นี้ครับ

เป็นยูทูปที่ควรค่าแก่การรับชมเป็นอย่างยิ่ง

"วันมาฆบูชาคืออะไร"

ประวัติความสำคัญวันมาฆบูชาหรือวันจาตุรงคสันนิบาติวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
วันมาฆบูชา 
ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557
  
จุดโคมมาฆประทีป ณ ลานธรรมมหาธรรมกายเจดีย์
ทำบุญตักบาตรในวันมาฆบูชา
 พิธีตักบาตรตอนเช้า เนื่องในวันมาฆบูชา 
      วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ด้วยเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปี วันมาฆบูชาจึงเป็นวันที่สำคัญมากวันหนึ่งของพระพุทธศาสนา 

ความเป็นมาของวันมาฆบูชา

     เหตุที่พุทธศาสนิกชนถือว่า "วันมาฆบูชา" เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา เพราะมีเหตุการณ์พิเศษที่มาบรรจบกัน 4 ประการ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า"จาตุรงคสันนิบาต" อันเป็นประดุจการปฐมนิเทศในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่โลกต้องจารึก เพราะเป็นการประชุมของผู้บริสุทธิ์ล้วนๆ และเป็นครั้งแรกที่มีการประขุมเพื่อรับฟังทิศทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
จุดโคมมาฆประทีปเนื่องในวันมาฆบูชา
 จุดโคมมาฆประทีปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในวันมาฆบูชา
เหตุอัศจรรย์ในวันมาฆบูชา 4 ประการ
1. เป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (วันเพ็ญเดือน 3 )
2. พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมโดยมิได้นัดหมาย
3.ภิกษุเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา 6 ทั้งหมด ไม่มีภิกษุผู้เป็นปุถุชนหรือพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามีแม้สักรูปเดียวมาประชุมในครั้งนี้
4.พระภิกษุทั้งหมดเป็นผู้ที่ได้รับการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา ซึ่งพระบรมศาสดาทรงประทานการบวชให้
มีใครบ้างมาเข้าร่วมประชุม
     พระอรหันต์จำนวน 1,250 รูป ที่เข้าร่วมสันนิบาตในครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน คือ
     กลุ่มที่ 1 คณะพระภิกษุอดีตชฏิล 3 พี่น้อง มีท่านอุรุเวลกัสสปะเป็นหัวหน้า และบริวารทั้งหมด 1,000 รูป
     กลุ่มที่ 2 คณะที่เป็นบริวารของพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ มีจำนวน 250 รูป
      การที่มีพระภิกษุจำนวนถึง 1,250 รูปมาเป็นองค์ประชุมสันนิบาตในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการปักหลักพระพุทธศาสนา โดยเริ่มจากแคว้นมคธ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ เพราะเป็นแคว้นใหญ่ที่สุดในอินเดียสมัยก่อน เป็นแหล่งรวมความเจริญในทุกด้าน และมีเจ้าลัทธิต่างๆ แข่งขันกันเรียกความศรัทธา ความเชื่อ จากประชาชนอยู่มากมาย การเผยแผ่พระพุทธศาสนาจึงต้องทำอย่างเต็มที่โดยอาศัยกำลังจากภิกษุผู้เป็นคนท้องถิ่นของแคว้นนี้เป็นหลักก่อน ซึ่งภิกษุทั้ง 2 คณะนี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม คือแรกเริ่มเดิมทีก็เคยเป็นนักบวชอาศัยในเมืองนี้อยู่แล้ว การแนะนำสั่งสอนพระสัทธรรมอันบริสุทธิ์แก่ชาวชมพูทวีปจึงเป็นไปได้ง่าย การมาชุมนุมกันของพระอรหันตสาวกในครั้งนี้นั้น ถือว่าเป็นมหาสาวกสันนิบาตที่ต้องเร่งทำให้เร็วที่สุด คล้ายๆ จะเป็นสิ่งที่มีอยู่ในพระทัยของพระพุทธองค์มาตั้งแต่ครั้งยังทรงเริ่มประกาศปฐมเทศนา เพียงแต่กำลังทรงรอคอยบุคคลผู้หนึ่ง ผู้ที่จะมาเติมเต็มความสมบูรณ์ของกองทัพธรรมอยู่ นั่นก็คือ พระสารีบุตร ซึ่งเมื่อท่านได้บรรลุพระอรหัตผลแล้ว ถือได้ว่าพระธรรมเสนาบดีได้บังเกิดขึ้น ดุจขุนพลแก้วบังเกิดแล้วแก่พระเจ้าจักรพรรดิ โดยท่านจะมาเป็นหัวเรือใหญ่รับสนองนโยบายภารกิจนี้โดยตรง เมื่อการรอคอยของพุทธองค์บรรลุผล จึงทรงทำการประชุมสาวกสันนิบาตทันทีในวันเดียวกันนั้นเอง โดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า เพราะทรงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่กองทัพธรรมจะต้องเร่งรุดขยายให้ได้กว้างไกลที่สุด ฉะนั้นจำต้องมียุทธศาสตร์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน จึงได้ทรงประทาน "โอวาทปาฏิโมกข์" เพื่อไว้ใช้เป็นแม่บทในการประกาศพระศาสนา
สาธุชาร่วมกันจุดโคมในวันมาฆบูชา
 ชาวต่างชาติร่วมกันจุดโคมมาฆประทีปในวันมาฆบูชา

     การประชุมมหาสาวกสันนิบาตนั้น ในยุคของพระพุทธเจ้าบางพระองค์ มีการประชุมมากกว่า 1 ครั้ง ดังเช่น ในสมัยของพระปทุมุตตรพุทธเจ้าได้ทรงประชุมสาวกสันนิบาตถึง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 มีพระอรหันตสาวก 100,000 โกฏิ ครั้งที่ 2 มีจำนวน 90,000 โกฏิ ครั้งที่ 3 มีจำนวน 80,000 โกฏิ แต่ละครั้งก็จะทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งมีเนื้อหาสาระเหมือนที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงประทานเอาไว้ทุกอย่าง
สาระสำคัญของโอวาทปาฏิโมกข์     
      โอวาทปาฏิโมกข์ หลักคำสอนอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานในวันมาฆบูชา ประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6


โคมที่ใช้จุดในวันมาฆบูชา
 จุดโคมประทีปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมวันมาฆบูชา
หลักการ คือ หลักการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องมี 3 ประการ ได้แก่
หลักการ 3 ได้แก่

       1. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่การงดเว้น การลดละเลิก ได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 ทางแห่งความชั่วมี 10 ประการ อันความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ

      2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่างซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ 10 เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี 10 ประกาศอันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ

      3. การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนิวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิตไม่ให้เข้าถึงความสงบมี 5 ประการ ได้แก่

      1. กามฉันทะ คือความพอใจในกาม
      2. พยาบาท คือความอาฆาตพยาบาท
      3. ถีนะมิทธะ คือความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน ขี้เกียจ
      4. อุทธัจจะ กุกกุจจะ คือความฟุ้งซ่าน รำคาญใจ
      5. วิจิกิจฉา คือความสงสัย   
 

    
สิ่งที่สามารถควบคุมนิวรณ์ได้คือ ศีล 5 ได้แก่

         กามฉันทะ ให้ควบคุมคุมด้วย ศีลข้อ 3 คือการไม่ประพฤติผิดในกาม
         ความพยาบาทให้ควบคุมด้วย ศีลข้อ 1 คือการไม่ฆ่าสัตว์
         ถีนมิทธะ ให้ควบคุมด้วย ศีลข้อ 5 การไม่เสพสิ่งเสพติดอันเป็นเหตุให้ประมาท
         อุทธัจจะกุกกุจจะ ให้ควบคุมด้วย ศีลข้อ 2 การไม่ถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้
         วิจิกิจฉา ให้ควบคุมด้วย ศีลข้อ 4 การไม่พูดเท็จ

โคมมาฆประทีป
 จุดโคมบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันมาฆบูชา

อุดมการณ์ คือ เป้าหมายสูงสุดในการดำเนินชีวิต มี 4 ประการ ได้แก่
อุดมการณ์ 4 ได้แก่
         1. ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
         2. ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้ายรบกวน หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
         3. ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
         4. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้จากการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ 8
จุดโคมมาฆประทีป ในวันมาฆบูชา 
 โคมเอก ที่ใช้จุดในวันมาฆบูชา
วิธีการ คือ แนวทางปฏิบัติฝึกหัดขัดเกลาตนและการเผยแผ่พระพุทธศาสนามี 6 ประการ คือ 
      1. อนูปวาโท ไม่ไปว่าร้ายกัน ผู้เผยแผ่คำสอนจะต้องไม่โจมตี ไม่นินทาใคร
      2. อนูปฆาโต ไม่ไปล้างผลาญกัน ไม่เผยแผ่ศาสนาด้วยการฆ่า และต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
      3. ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร สำรวมในพระปาฏิโมกข์ เว้นข้อที่ได้ตรัสห้ามไว้ และทำตามข้อที่ทรงอนุญาต
      4. มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ต้องรู้จักประมาณในการกิน การใช้เครื่องอุปโภคบริโภคทุกอย่าง
      5. ปนฺตญฺจ สยนาสนํ เลือกที่นั่งที่นอนในที่สงบ เพื่อให้ตนเองมีโอกาสในการบำเพ็ญเพียรเต็มที่
      6. อธิจิตฺเต จ อาโยโค ประกอบความเพียรในการทำใจหยุดนิ่งอยู่เสมอ มุ่งทำตนให้หลุดพ้นจากกิเลส




วันมาฆบูชา

 พุทธศาสนิกชนมาร่วมพิธีในวันมาฆบูชา
  


     โอวาทปาฏิโมกข์ทั้ง 3 ส่วนนี้ เป็นหลักปฏิบัติและนโยบายในการเผยแผ่ของพระพุทธศาสนาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานให้แก่พระอรหันต์ชุดแรกที่ได้ออกไปประกาศพระศาสนาในโอกาสที่ได้มาประชุมพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้ถือเป็นนโยบายและหลักปฏิบัติในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เป็นแนวทาง เดียวกัน การประชุมพระอรหันตสาวกเช่นนี้ เพื่อประทานนโยบายในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไม่ได้มีแต่ในยุคของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ในกัปนี้เท่านั้น แต่ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ในอดีตก็ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์  แต่จำนวนครั้งในการประชุมภิกษุสาวกและจำนวนพระอรหันตสาวกที่เข้าร่วมประชุมต่างกัน จะเห็นได้ว่า วิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ทรงปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน คือ เมื่อทรงฝึกพระอรหันต์ชุดแรก สำหรับเป็นครูและเป็นต้นแบบให้กับชาวโลกได้จำนวนมากพอสมควรแล้ว ก็ส่งออกไปประกาศพระพุทธศาสนา และเมื่อคราวที่พระอรหันตสาวกเหล่านั้น มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน พระพุทธองค์ก็ทรงประทานนโยบายในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อจะนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากทะเลแห่งทุกข์ ไปสู่ฝั่งแห่งพระนิพพาน
จุดโคมทำได้ทุกเพศทุกวัย
 ขอเชิญมาสัมผัสช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ ในวันมาฆบูชา ณ วัดพระธรรมกาย



       ท่านผู้มีบุญทั้งหลาย ลองนึกดูเถิดว่า เพราะการรวมตัวกันของเหล่าพุทธบุตรในวันมาฆบูชาครั้งนั้น ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีการสืบทอดคำสอนมายาวนานถึง 2,500 กว่าปี หากในยุคปัจจุบันนี้ พุทธบุตรทุกนิกายทั่วทุกมุมโลกมารวมชุมนุมสันนิบาตเป็นมหาสมาคมใหญ่อีกครั้ง โดยยึดหลักการสมานฉันท์ว่า "พุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว" มาปรึกษาหารือกันเพื่อศึกษาคำสอนดั้งเดิม เพื่อให้การเผยแผ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รังสีธรรมอันบริสุทธิ์จะเจิดจ้าเพียงใด ภารกิจบุญนี้ถือเป็นกรณียกิจที่เหล่านักสร้างบารมีจะต้องรีบทำให้เกิดขึ้นจริงๆ ในเร็ววัน สันติภาพจะได้แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก โดยเราจะได้พร้อมใจกันกราบนิมนต์พุทธบุตรทุกนิกายจากทั่วโลกเรือนล้านให้ได้มาประชุมรวมกัน ณ มหารัตนวิหารคด ในวันมาฆบูชานี้
พิธีจุดโคมในวันมาฆบูชา
 จุดโคมประทีปกิจกรรมที่ถือปฏิบัติในวันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา วันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา 

     วันมาฆบูชา เป็นวันแห่งความรักของชาวพุทธ เพราะเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงออกซึ่งความรักต่อมวลมนุษชาติอย่างแท้จริง ความรักของพระองค์เป็นความเมตตา ความปรารถนาดีต่อทุกสรรพชีวิตด้วยความจริงใจ ทรงลำบากพระวรกายเผยแผ่พระศาสนาจนตลอดพระชนม์ชีพ ยาวนานถึง 45 ปี เพราะอยากจะให้มวลมนุษยชาติได้เข้าถึงหนทางแห่งความสุขภายในอันประเสริฐ คือหนทางสายกลางภายในดวงใจของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
วันมาฆบูชา วัดพระธรรมกาย
 วันมาฆบูชา ณ วัดพระธรรมกาย
     ดังนั้น หัวใจแห่งพระพุทธศาสนา หรือ "โอวาทปาฏิโมกข์" ที่พระพุทธองค์ทรงประทานไว้ในวันมาฆบูชา เป็นแม่บทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น เมื่อใครได้นำหลักการเหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงความเมตตา อันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผ่านทางพระธรรมคำสอนของพระองค์ที่ไม่เคยเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

  ปัจจุบันวันมาฆบูชาเป็นวันหยุดราชการในประเทศไทย โดยในวันนี้จะมีการประกอบพิธีต่างๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งกล่าวถึงหลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส เพื่อเป็นหลักปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนทั้งมวล

จุดโคมบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันมาฆบูชา
 จุดโคมมาฆประทีปในวันมาฆบูชาของทุกปี ณ วัดพระธรรมกาย
     อีกทั้งเมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันมาฆบูชา เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยวัยรุ่นทั้งหญิงและชายมักจะเสียตัวในวันวาเลนไทน์หลายหน่วยงานจึงรณรงค์ให้วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก(อันบริสุทธิ์)แทน
จุดโคมและจุดพลุในวันมาฆบูชา
 พุทธศาสนิกชนร่วมกันจุดโคมมาฆประทีปเพื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันมาฆบูชาของทุกปี
     โดยในวันมาฆบูชาของทุกปี วัดพระธรรมกายจะได้มีการจัดปฏิบัติธรรมในช่วงเช้า และมีการจุดโคมมาฆประทีปในช่วงค่ำ ซึ่งพุทธศาสนิกชนผู้ใคร่ในธรรม จะสวมชุดขาวขาวมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
     เนื่องในวันมาฆบูชานี้ เหล่าพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ควรจะให้ความสำคัญในการเจริญพุทธานุสติ ธรรมานุสติ สังฆานุสติ ด้วยการมาพร้อมใจกันประพฤติปฏิบัติธรรม ทั้งทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาที่วัดข้างบ้าน ส่วนที่วัดพระธรรมกายสาธุชนจะได้จุดมาฆประทีปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เป็นการย้อนรำลึกถึงเมื่อคราวที่พระบรมศาสดาผู้มีเหล่าอรหันตสาวก 1,250 องค์ นั่งแวดล้อมอยู่เพื่อรับฟังโอวาทปาฏิโมกข์ในวันมาฆบูชาเมื่อ 2,500 กว่าปี การสั่งสมบุญในวันนี้ นอกจากได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริง ผู้เป็นต้นบุญต้นแบบของชาวโลกแล้ว มหากุศลอันไม่มีประมาณจะส่งผลดลบันดาลให้เราเป็นผู้มีสุคติเป็นที่ไป และเป็นเหตุให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในได้โดยง่าย ตราบวันถึงที่สุดแห่งธรรม

กำหนดการวันมาฆบูชา 2557

ภาคเช้า :  พิธีตักบาตรพระภิกษุสามเณร 1,000 กว่ารูป  ณ ลานธรรม มหาธรรมกายเจดีย์

ภาคสาย : ปฏิบัติธรรม / พิธีบูชาข้าวพระ / พิธีกล่าวคำถวายทองคำเพื่อหล่อรูปเหมือนคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง / พิธีกล่าวคำถวายมาฆประทีป / พิธีถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน

ภาคบ่าย : พิธีมอบโล่พระราชทานฯ ทางก้าวหน้า ครั้งที่ 32  / และมอบโล่เวิลด์เปค (World-PEC) ครั้งที่ 8

ภาคค่ำ : พิธีเวียนประทักษิณ และจุดมาฆประทีป ณ มหาธรรมกายเจดีย์


line ID  : sahavanit1                      อัพเดทข้อมูล 13 กพ.57 






การใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าอะไร

บางคนเข้าใจว่า เมื่อต้อง(Inverter)อินเวอร์เตอร์ในที่หน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้น้อยเช่นนี้ ควรใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าระบบอินเวอร์เตอร์ไวหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้สูง อันที่จริงแล้วไม่จำเป็นเลย เครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่แค่ ISO 100 ก็ดูจะเพียงพอแล้วสำหรับงานนี้ เพราะโดยมาก จะเป็นการ(Inverter)อินเวอร์เตอร์โบราณสถาน ที่ตั้งอยู่นิ่ง ๆ ขณะที่เราเองก็ใช้ขาตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้าอยู่แล้ว จึงไม่มีระบบอินเวอร์เตอร์จำเป็น ต้องใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าไวหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้สูง แม้ว่าในบางช่วงจะมีนัก แสดงเข้ามาเกี่ยว หากคุณเลือกช่วงจังหวะได้อย่างเหมาะสม คุณก็จะได้อินเวอร์เตอร์ นักแสดงที่หยุดนิ่งได้เช่นกัน การใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าไวหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้สูงจะทำให้อินเวอร์เตอร์มีเกรนหยาบขึ้น ในขณะที่เครื่องเชื่อมไฟฟ้าไวหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ต่ำ จะทำให้คุณพลาดหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้สีสวยๆ ในบางจังหวะ ที่อาจเปิดเพียงไม่กี่วินาที ที่สำคัญ มันทำให้คุณได้อินเวอร์เตอร์ เพียงไม่กี่อินเวอร์เตอร์ ต่อการแสดงหนึ่งรอบ และในจำนวนไม่กี่อินเวอร์เตอร์จะมีอินเวอร์เตอร์ดีอยู่ด้วยหรือไม่ อย่าลืมว่า การ(Inverter)ในสอินเวอร์เตอร์หน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ เราไม่ควรคาดหวังว่าจะได้อินเวอร์เตอร์ดีไปหมดทุกอินเวอร์เตอร์



พร้อมแล้วออกเดินทางได้

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า หากการแสดงเริ่ม เราไม่ควร เดินไปไหนมาไหนเนื่อง จากเป็นการรบกวนผู้ชม ดังนั้น ก่อนจะเริ่มการแสดง เราจึงควรหามุมที่คิดว่าดีที่สุดให้ได้ โดยการสำรวจตามตำแหน่งต่างๆ ที่สามารถ ตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้าได้ ซึ่งควรเป็นที่ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้สำหรับตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้า หรือจะเป็นจุดอื่นที่ ทางเจ้าหน้าที่อนุญาต ที่สำคัญจะต้องเป็นจุดที่ไม่บังผู้ที่นั่งชม หรือหากมีผู้ตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้าอยู่ก่อนแล้ว ก็ไม่ควรไปบังด้านหน้าเขา หรือแม้แต่ไปตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้าเบียดเขามากๆ เพราะอาจพลั้งเผลอไปสะกิดขาตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้าเขาระหว่าง (Inverter)ได้ ดังนั้นถ้าต้องการจะได้มุมอินเวอร์เตอร์ดีจึงควรไปให้ถึงเร็วสักหน่อย เพื่อจะได้มีเวลาสำรวจและจับจองพื้นที่ แต่ก็ไม่ใช่จะหวงที่ไว้เสียคนเดียว ไม่ใช่ว่า พอหามุมได้ดี ก็จัดแจงเอากระเป๋าและอะไรต่อมิอะไร วางไว้ระเกะระกะไปหมด โดยมากแล้วงานอย่างนี้ จะมีที่ทางสำหรับตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้าไม่มากนัก ดังนั้นข้าวของต่างๆ ควรวางให้เป็นที่ กระเป๋าตู้เชื่อมไฟฟ้าถ้าเป็นไปได้วางไว้ใต้ขาตั้งก็ดี เผื่อคนมาทีหลังจะได้มีที่สำหรับตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้าบ้าง บางคนอุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกล เอื้อเฟื้อกันได้ก็ทำไปเถิดครับ



สำหรับผู้ที่มีบัตรนั่งชมบนอัฒจันทร์ ไม่แนะนำให้ตั้งตู้เชื่อมไฟฟ้าบนนั้น เพราะโดยมาก จะเป็นพื้นไม้ ที่สร้างขึ้นใช้ชั่วคราวมันจึงไม่นิ่งพอ แค่ขยับตัวหน่อยเดียวพื้นมันก็สั่นแล้ว เมื่อได้ตำแหน่งที่คิดว่าดีแล้ว ก็อย่ารอช้า จัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อยเสียแต่เนิ่นๆ จัดมุมอินเวอร์เตอร์ไว้คร่าวๆ สำหรับคนที่ใช้ตู้เชื่อมไฟฟ้าออโต้โฟกัส แนะนำให้โฟกัสแบบ แมนนวลจะดีกว่า และทางที่ดีก็ควรตั้งระยะโฟกัสไว้ให้เรียบร้อย ก่อนการแสดงจะเริ่ม เพราะเมื่อเริ่มแสดงแล้ว จะค่อนข้างมืดการหาโฟกัสจะทำได้ยาก โดยมากแล้วช่วงก่อนการแสดงจะเริ่ม หน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ไฟในบริเวณงานมักจะเปิดทิ้งไว้ จึงเป็นโอกาสดีที่จะทำการวัดหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ไว้ก่อน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการ(Inverter)จริง

พื้นที่กลางอินเวอร์เตอร์

ตู้เชื่อมไฟฟ้าที่มีระบบวัดหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้เฉพาะจุดจะได้เปรียบมาก เพราะสามารถเล็งตำแหน่งวัดหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้เลย หากไม่มีระบบวัดหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้เฉพาะจุด ก็อาจใช้แบบเฉลี่ยหนักกลางแทน โดยพยายามเล็งให้พื้นที่กลางอินเวอร์เตอร์นั้น อยู่ในส่วนที่ต้องการ เมื่อได้ค่าหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้แล้ว ก็อย่าลืมชดเชยเผื่อค่า Reciprocity Failure ไว้ด้วย หากว่าต้องบันทึกหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ นานหลายวินาที หรือหลายนาที เพราะระบบอินเวอร์เตอร์สามารถในการรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ของเครื่องเชื่อมไฟฟ้า จะลดลง โดยดูคำแนะนำจากกล่องเครื่องเชื่อมไฟฟ้าแต่ละรุ่น ค่ารูรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ที่เหมาะ สำหรับการ(Inverter)งานแสดงหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้เสียง จะอยู่ที่ช่วงกลางๆ ประมาณ f/8 นอกจากได้ช่วงระบบอินเวอร์เตอร์ชัดที่พอเหมาะแล้ว ยังไม่ต้องใช้เวลาในการเปิดรับหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้นานเกินไป ในการ(Inverter)

ควรปิดหน้า ตู้เชื่อมไฟฟ้าไว้ด้วยผ้าดำ

           จริงจะต้องประเมินด้วยสายตาว่า ระบบอินเวอร์เตอร์สว่างของหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ที่เปิดระหว่างการแสดงนั้น สว่างหรือมืดกว่าที่เราวัดไว้แต่แรก หากมืดกว่าก็ควรเปิดรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ให้นานขึ้นอีกสักหน่อย ในบางช่วงของการแสดง ที่มีการเปิดหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ไฟไว้นาน ก็อาจลองวัดหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ในระหว่างนี้ไปด้วยก็ได้ เนื่องจากหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ที่ใช้ในการแสดงนั้น จะเปิดเป็นช่วงๆ บางครั้งอาจนาน จนเราสามารถบันทึกอินเวอร์เตอร์ได้ แต่บางครั้งก็เพียงไม่กี่วินาที หากเราตั้งใจว่าจะบันทึกหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้นาน 2 นาที แต่พอกดชัตเตอร์ (Inverter)ไปได้เพียงไม่กี่วินาทีหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ไฟกลับมืดลง เราก็จำเป็นต้องเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ เพื่อรอบันทึกหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ในช่วงต่อไป เพื่อสะสมปริมาณหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ให้เพียงพอ ซึ่งอาจกินเวลานาน ระหว่างนี้ควรปิดหน้า ตู้เชื่อมไฟฟ้าไว้ด้วยผ้าดำ เผื่อว่าเกิดมีหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ที่ไม่ปรารถนาปรากฏขึ้นมา เช่นหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ไฟฉายจากคนข้างเคียง หรือหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้จากการแสดง ที่สีสันไม่ถูกใจเรา หรือบางครั้งอาจมีการเน้นหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ ออโต้ เฉพาะที่เป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้หน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ในส่วนนั้น โอเวอร์ ในขณะที่ส่วนอื่นในอินเวอร์เตอร์ ยังได้รับหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ไม่พอ กรณีนี้ให้ใช้ผ้าดำคลุมไว้ แล้วรอจนกว่า จะมีการเปิดหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ในส่วนอื่น จึงค่อย เปิดผ้าออกเพื่อบันทึกหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ต่อ

เพิ่งบันทึกหน้ากาก

ในระหว่างที่ปิดผ้าดำนั้นก็ให้หยุดนับเวลาในการบันทึกหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ด้วย เช่นว่า(Inverter)ไปได้เพียง 30 วินาทีเกิดถึงช่วงที่ดับไฟหมด จากที่คำนวนไว้ว่าต้องการเปิดรับหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้นาน 2 นาที ก็ให้ใช้ผ้าดำคลุม แล้วจำไว้ว่าเพิ่งบันทึกหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ได้แค่ 30 วินาที รอจนถึงช่วงที่มีการเปิดหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ไฟอีก ก็ให้เอาผ้าดำออก แล้วนับเวลาต่อไปจนกว่าจะครบ 2 นาที

งานแสดงหน้ากากเชื่อม

ดอกไม้ไฟกับงานหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้เสียงเป็นของคู่กัน

ลีลาเส้นสายของดอกไม้ไฟ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับ อินเวอร์เตอร์ ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้เสียงได้เป็นอย่างดี แต่ในการบันทึกอินเวอร์เตอร์ ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ของดอกไม้ไฟ ส่วนใหญ่จะเจิดจ้า และสว่างกว่าหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ไฟของสปอตไลท์ ที่ใช้ในการแสดงมาก หากต้องการบันทึก ลีลาของดอกไม้ไฟเข้าไปด้วย ให้ใช้ผ้าดำเปิดปิดเป็นช่วงๆ เลือกเอาเฉพาะดอกที่ต้องการ และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ควรให้ซ้ำซ้อนกัน เพราะอาจทำ ให้ส่วนนั้นโอเวอร์ กลายเป็นอินเวอร์เตอร์ที่ไม่ชวนมอง ในกรณีนี้หากใช้ตู้เชื่อมไฟฟ้า แมนนวลโฟกัส หรือตู้เชื่อมไฟฟ้าออโต้โฟกัส ที่ปรับเปลี่ยนรูรับหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ ที่ตัวเลนส์ได้ เช่น นิคอนหรือเพ็นแท็กซ์ จะช่วยได้มาก เนื่องจากขณะที่เปิดชัตเตอร์ค้างไว้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนขนาดรูรับหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ได้ ในจังหวะที่มีการจุดดอก ไม้ไฟก็อาจเปลี่ยนมาใช้ที่รูรับหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้แคบลง ที่ f/11 หรือ f/16 ก็จะช่วยลดระบบอินเวอร์เตอร์เจิดจ้าของดอกไม้ไฟลงได้ หรืออาจใช้วิธี(Inverter)ซ้อนก็ได้ ที่สำคัญควรคะเนพื้นที่เผื่อไว้ล่วงหน้า


หากต้องการได้อินเวอร์เตอร์ที่ดี แนะนำว่าอย่างน้อย ควรหาโอกาส(Inverter)อินเวอร์เตอร์ อย่างน้อยสักสองรอบ ต่อการแสดงหนึ่งชุด ในรอบแรกคุณอาจยังไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับการดำเนินเรื่องราว ช่วงจังหวะการเปิดปิดหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้ไฟ และช่วงเวลาที่มีการจุดดอกไม้ไฟ การกะเกณฑ์สิ่งต่างๆ ลงไปในอินเวอร์เตอร์ จึงยังไม่ลงตัวนัก แต่ในรอบต่อไปเชื่อว่า ทุกอย่างจะง่ายขึ้น หากว่าคุณเป็นคนช่างสังเกตช่างจดจำ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคย(Inverter)อินเวอร์เตอร์ งานแสดงหน้ากากเชื่อม ปรับหน้ากากเชื่อม ปรับแสง ออโต้ ออโต้เสียงมาก่อน อาจมีระบบอินเวอร์เตอร์รู้สึกว่ามันยุ่งยากซับซ้อน แต่หากคุณได้ลองสักครั้งสองครั้งแล้ว เชื่อว่าจะต้องหลงไหลมัน ไม่แพ้การ(Inverter)อินเวอร์เตอร์แบบอื่นเลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ฝากข้อความได้ครับ